Categories
ไม่มีหมวดหมู่

Freelance ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ 2015

ภาพยนตร์ ฟรีแลนซ์ นั้น ใช้เวลาในการถ่ายทำอยู่ที่เพียงแค่ 16 วัน กับทุนสร้างแค่ 16 ล้านบาทเพียงเท่านั้นเองนะครับ ถือว่าสมเหตุสมผลแล้วล่ะครับกับหนังแมสเรื่องแรกของ เต๋อ นวพล และมันก็เป็นหนังอินดี้เรื่องแรกของ GTH อีกด้วยนะครับ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์จริงของผู้กำกับ ที่เคยไปโรงพยาบาลแล้วพบหมอสาวในวัยที่ไล่เลี่ยกัน บทสนทนาในวันนั้นทำให้เขาได้รู้สึกเขินและเกิดเป็นไอเดียเล็กๆนี้ขึ้นมานะครับ และได้ถูกนำมาขยายต่อเป็นหนังใหญ่อีกทีนึง โดยการที่ดึงเอา ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ กับ ดาวิกา โฮร์เน่ เข้ามารับบทเป็น คนไข้ กับ คุณหมอสาว ในเรื่อง

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ที่รับบทเป็น ยุ่น ชายวัย 30 ปี มีอาชีพเป็นรีทัชฝีมือขั้นเทพ รับงานฟรีแลนซ์โดยที่มี เจ๋ หรือ วี วิโอเลต วอเทียร์ เป็นโปรดิวเซอร์รุ่นน้องที่คอยส่งและตามงานให้กับ ยุ่น ครับ ซึ่งตัว ยุ่น เองนั้นก็เป็นคนที่บ้างานบวกกับเป็นคนที่ชอบอดหลับอดนอนและทำงานหามรุ่งหามค่ำนะครับ โดยสถิติในการอดหลับอดนอนของเขาที่เคยทำเอาไว้ได้นานที่สุดนั้นคือเป็นเวลา 5 วัน จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของเขาเอง ยุ่น มีผื่นคันขึ้นตามร่างกายและตามตัว แต่ด้วยความงกของเขา เขาก็เลือกที่จะไปรักษาตัวกับโรงพยาบาลรัฐแทนนะครับ และก็นั่นเองที่ที่ทำให้เขาได้พบกับ หมออิม หรือ ดาวิกา โฮร์เน่ ครับ แพทสาวไฟแรงคนสวย ผู้ที่หวังอยากจะให้คนไข้ของเธอนั้นหายป่วย โดยเธอนั้นก็ได้แนะนำให้กับ ยุ่น ว่าให้เข้านอนให้เร็ว หมั่นออกกำลังกาย และเดินทางไปพักผ่อนบ้าง ซึ่งหลังจากที่ยุ่นได้พบกับหมออิมแล้ว ยุ่นก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงตัวเองไป โดยที่ลึกๆแล้วมันอาจจะไม่ใช่เพื่อตัวของ ยุ่น เองก็ได้นะครับ แต่อาจจะเป็นเพื่อเธอ

บทของหนังนั้นจะถ่ายทอดชีวิตของคนบ้างานคนหนึ่ง และเป็นโลกของคนที่ชอบอดหลับอดนอนที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวเลยนะครับ ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าจะมีคนแข่งกันไม่หลับไม่นอน แถมยังเอามาโพสอวดคนอื่นกันอย่างภาคภูมิใจกันอีกด้วย โดยเราก็จะได้เห็นในอีกแง่มุมหนึ่งของอาชีพ ฟรีแลนซ์ นะครับ ที่ไม่ได้อิสระหรือสบายอย่างที่ใครหลายคนคิดกัน ซึ่งมันก็จะไปขัดแย้งกับภาพที่เด็กรุ่นใหม่ในสังคมไทยนั้นจินตนาการกันเอาไว้ได้มากทีเดียวเลย ในจุดนี้นั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ยุ่นในวัย 30 กว่านั้น เป็นคนที่มีบุคลิกเหมือนเป็นคน Gen X นะครับ ที่จะมีความรับผิดชอบสูง ถึก ทน ทุ่มเทสู้งานเดดไลน์ และพร้อมตายคางานได้ตลอดเวลา ชีวิตของเขานั้นค่อนข้างจะว่างเปล่าและโดดเดี่ยวจนเรียกได้ว่าน่าสงสารเลยนะครับ แต่ว่ายุ่นนั้นก็เป็นคนที่สุดโต่งอยู่พอตัว อีกทั้งหนังเรื่องนี้ก็ยังช่วยสะท้อนคำพูดที่ว่า “ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน” ออกมาได้หม่นๆปนเศร้าดีอีกด้วยครับ

โดยถ้าเราดูดีๆแล้วนะครับ หนังจะแฝงประเด็นเสียดสีสังคมเอาไว้อยู่มากมายหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายสุดแพงในโรงพยาบาลเอกชน หรือคิวยาวเหยียดในโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งมันก็บ่งบอกให้เราได้เห็นถึงความล้มเหลวทางสวัสดิการพื้นฐานในประเทศนี้ได้เป็นอย่างดีเลยนะครับ โดยที่มียุ่นเป็นตัวแทนของเหล่าคนที่อยู่นอกระบบประกันสังคมเพราะว่าไม่ได้ทำงานประจำ ทำให้ภาพที่ ยุ่น หรือ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ มีป้ายแขวนเป็นผู้ป่วยนอกจึงสามารถนำมาตีความได้เป็นอย่างดีเลย เพราะว่าผู้ที่มีรายได้น้อยนั้น จะต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงไปกับการรอคิวก่อนที่ได้พบแพทย์เพียงแค่ไม่กี่นาทีเพียงเท่านั้น แล้วเดินทางกลับบ้าน โดยหนังก็ได้เปลี่ยนอารมณ์ของการพบหมอที่เป็นเรื่องซีเรียสและน่ากลัวให้กับดูรื่นรมย์และมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้นะครับ เมื่อคนไข้หนุ่มเกิดตกหลุมรักคุณหมอสาวขึ้นมา

และไม่เฉพาะแต่กับฟรีแลนซ์นะครับ ตัวหนังนั้นยังจะพูดไปถึงภาพรวมของคนในวัยทำงาน โดยการที่จะเอาตัวละครของหมออิมนั้นเป็นตัวแทนของหมอในโรงพยาบาลรัฐ ที่เรียกได้ว่ามีงานล้นมือเลย มิหนำซ้ำนั้นยังเป็นแค่เด็กจบใหม่อีกด้วย แน่นอนว่าเพศสภาพและวัยวุฒิของเธอนั้น คงได้รับความกดดันมามากพออยู่แล้ว อีกทั้งยังมีคำพูดทีเล่นทีจริงของหมอหนุ่มอีกคนด้วยนะครับ ที่บอกว่าหมออิมคนสวย คนไข้เลยไม่ยอมหายกันสักที ซึ่งมันก็มองได้ทั้งเป็นแค่การแซวเล่น ไปจนถึงการดูหมิ่นในความสามารถในการรักษาคนไข้ของเธอด้วยเลยนะครับ ซึ่งตรงนี้เองผมก็มองว่าเด็กจบใหม่หลายคนที่เคยผ่านการฝึกงานมาพร้อมกับประสบการณ์ที่แย่ๆเองก็คงจะสามารถเข้าใจกันได้เป็นอย่างดีเลย มันทำให้มีฉากนึงที่เธอเอ่ยปากขึ้นมาด้วยความน้อยใจเล็กน้อยว่า ยุ่นเปลี่ยนหมอดีกว่าไหม แน่นอนครับว่าค่านิยมในสังคมไทยนั้น การยอมรับอาจารย์หมอแก่ๆมากประสบการณ์มากกว่าหมอจบใหม่นั้น มันก็เป็นเรื่องที่ปกติกันอยู่แล้ว

ด้านความสัมพันธ์ของยุ่นกับหมออิม ตัวหนังนั้นทำออกมาได้กลมกล่อมและดีมากๆเลยทีเดียวครับ บทสนทนาในห้องคนไข้เดือนละครั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการถกเถียงกัน หยอกล้อกัน โกรธเคืองกัน งอนกัน หรือการง้อกันนั้น มันทำให้เราเผลอคิดว่ามันเป็นบทสนทนาของคู่รักไปกันไม่ได้เลยล่ะครับ เฉกเช่นเดียวกันกับ เจ๋ รุ่นน้องของ ยุ่น ที่มีหน้าที่คล้ายกับเป็นโคโปรเจคมากกว่า เธอนั้นทำให้เรานึกถึงคนทวงต้นฉบับการ์ตูนในประเทศญี่ปุ่นหรือนิยายไปเลยล่ะครับ ส่วนแฟนของเจ๋ที่เป็นตัวแทนของคนในอาชีพข้าราชการก็ถูกนำมายั่วล้ออยู่เบาๆอยู่เหมือนกันนะครับ ถ้าหากสังเกตดีๆแล้ว สำหรับพี่ เป้ง จะเป็นตัวแทนของเหยี่ยวร้ายในสังคมของการทำงานที่เปลือกนอกดูเป็นมิตร น่านับถือ น่าไว้ใจ แต่ทว่าเบื้องหลังนั้นคอยเอาเปรียบและจ้องแต่จะหาผลประโยชน์กับคนอื่นอยู่ตลอดเวลา 

หนังเรื่องนี้และหนังทุกๆเรื่องของ GTH หรือว่า GDH นั้น ผมมองว่าเป็นหนังไทยคุณภาพที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวังกันเลยนะครับ หรือเรียกได้ว่าน้อยครั้งมากๆเลยที่เราจะผิดหวังกับหนังของ GDH กัน ก็เป็นอีกหนึ่งหนังไทยคุณภาพที่คุ้มค่ากับการดูนะครับ หนังเหมือนจะดำเนินเรื่องกันไปแบบเงียบๆเรียบๆ แต่กลับทำให้เราอยากจะติดตามหนังไปเรื่อยๆ